ประวัติ เอ เอฟ เอ็ม กรุ๊ป
เมล็ดพันธุ์ดอกไม้
เมล็ดพันธุ์ซองเล็ก สำหรับผู้ทดลองปลูกดอกไม้
flower accessory
News
VDO
ดาวน์โหลด
เว็บบอร์ด สนทนา ภาษาดอกไม้
ติดต่อ  AFM
ร่วมงานกับ AFM

สมัครสมาชิก
| ลืมรหัสผ่าน

   
 
  : 053-353-810 ถึง 5
  : 053-353-816
  : sales@afmgroup.com

 







marigold asia
AFM Map

 


 

 

ซื้อผลิตภัณฑ์มาอยากทราบวิธีปลูก การผสมดิน การดูแลรักษา ข้อควรระวังต่าง เทียนฝรั่ง พิทูเนีย เข็มอินเดียขาว กล็อกซีเนีย แพงพวย

อยากให้ส่งรายละเอียดการปลูก  การดูแลรักษา  ข้อควรระวัง ในการปลูกเทียนฝรั่ง  พิทูเนีย  เข็มอินเดียขาว  กล็อกซีเนีย  แพงพวย อยากจะได้มากเพราะซื้อเมล็ดพันธุ์ของ AFM มาแต่ไม่มีคู่มือ ทำให้ลำบากในการดูแลรักษา  ซื้อมาปลูกแล้วตายปล่อย ๆ  ขอความกรุณาตอบด่วนนะคะ จะเป็นพระคุณยิ่ง

 

โดย : kom633892 วันที่ :03/06/2553 เวลา :10:44

ความเห็นที่ : 1

โดย :ลูกค้าสัมพันธ์
วันที่ :11:29
เวลา :03/06/2553

ตอบกลับคุณ kom633892

ทางบริษัทฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณได้ให้ความสนใจสินค้าของทางบริษัท  ตามที่คุณสอบถามมานั้น รบกวนทิ้งอีเมล์ไว้ค่ะทางเราจะได้จัดส่งรายละเอียดไปให้

ขอบคุณค่ะ

 

ความเห็นที่ : 2

โดย :Kom633802
วันที่ :20:47
เวลา :03/06/2553

pee_love-stitch@hotmail.com

 

ความเห็นที่ : 3

โดย :pumin
วันที่ :16:17
เวลา :11/06/2553

อยากได้รายละเอียดการเตรียมดิน การปลูก  การดูแลรักษา  ข้อควรระวัง ในการปลูกเทียนฝรั่ง  บานชื่น แพงพวย ผักบุ้งฝรั่งและพิทูเนีย หน่อยนะครับ สั่งซื้อไปแล้วกลัวปลูกม่ขึ้นนะครับ ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

 

ความเห็นที่ : 4

โดย :pumin
วันที่ :16:18
เวลา :11/06/2553

ลืมอีเมล์ครับ  rpumin@hotmail.com  ขอบคุณครับ

 

ความเห็นที่ : 5

โดย :kom633892
วันที่ :16:45
เวลา :21/06/2553

อีเมลคือ  kom633892@GMAIL.com

 

ความเห็นที่ : 6

โดย :ลูกค้าสัมพันธ์
วันที่ :17:33
เวลา :23/06/2553

ตอบกลับทุกท่าน

ทางเราได้จัดส่งเมล์กลับไปให้แล้วนะคะ

ขอบคุณค่ะ

 

 

ความเห็นที่ : 7

โดย :shoshorin
วันที่ :23:58
เวลา :24/06/2553

ขอด้วยคนค่ะ ah_nhunsage@hotmail.com

 

ความเห็นที่ : 8

โดย :ลูกค้าสัมพันธ์
วันที่ :12:09
เวลา :28/06/2553

 

1.พิทูเนีย
 
ขั้นตอนการเพาะเมล็ด และการเลี้ยงดู
                ในอดีตการเพาะเมล็ดพิทูเนียค่อนข้างจะต้องใช้ความละเอียดสูง เนื่องจากขนาดของเมล็ดที่เล็กมาก ประกอบกับสีเมล็ดที่ใกล้เคียงกับวัสดุเพาะ   ในปัจจุบันปัญหาเหล่านั้นได้ถูกแก้ไขโดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย เช่นการทำให้เมล็ดใหญ่ขึ้นโดยการเคลือบแป้ง(Pelleted seed) และสามารถกำหนดให้เป็นสีต่างๆ ตามต้องการได้
 
วิธีการเพาะเมล็ด
                ควรเตรียมวัสดุเพาะให้มีความร่วนซุย ระบายน้ำดี และขณะเดียวกันควรมีความสามารถอุ้มน้ำได้อย่างเหมาะสม ซึ่งวัสดุเหล่านี้เกษตรกรสามารถประยุกต์ใช้แล้วแต่วัตถุดิบของแต่ละท้องถิ่น แต่หากต้องให้ต้นกล้าสามารถเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราการงอกสูง แล้วทางบริษัทใคร่ขอแนะนำวัสดุเพาะเมล็ดของทางบริษัท ซึ่งเป็นผลิตผลจากการทับถมของอินทรียวัตถุเป็นเวลานานกว่า 10000 ปี ในชื่อของ “พีทมอส” ซึ่งวัสดุนี้ให้ความสมดุลย์ระหว่างความชุ่มชื้น และความพรุนอากาศอย่างเหมาะสม เหมาะแก่การเพาะเมล็ดทั้งขนาดเล็ก และใหญ่เป็นอย่างยิ่ง การเพาะเมล็ดสามารถทำได้ 2 วิธีคือ
1.       การใช้กระบะเพาะเมล็ด วิธีการคือ ใส่วัสดุเพาะที่ผสมน้ำพอหมาดลงไปในกระบะสูงประมาณ 8-10 เซนติเมตร ปรับให้พื้นผิวเรียบ หลังจากนั้นใช้ไม้บรรทัดกดในแนวขวางลึกประมาณ 0.5 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถว 5 เซนติเมตร แล้วทำการโรยเมล็ดพิทูเนีย(นำเมล็ดผสมกับทรายละเอียดอัตรา 3:1) หรือทำการเพาะเมล็ดให้ห่างกัน ประมาณ 1 เซนติเมตร
2.       การใช้ถาดเพาะเมล็ด สามารถใช้ได้ทั้งขนาด 288 หลุม และ 84 หลุม โดยเตรียมวัสดุเพาะเช่นเดียวกัน จากนั้นนำมาใส่ลงในแต่ละหลุม ต้องให้วัสดุเพาะเต็มทุกหลุม หลังจากนั้นจึงทำการเพาะเมล็ด ก่อนเพาะควรทำหลุมตรงกลางลึกประมาณ 0.5 เซนติเมตร แล้วทำการเพาะเมล็ดลงในแต่ละหลุม ไม่ต้องกลบเมล็ด
หมายเหตุ: หลังจากเสร็จสิ้นขบวนการต่างๆ ควรทำการพ่นสารป้องกันโรคพืชทางดิน เช่น พรีวิคเคอร์ หรือ เทอราคลอ อัตรา 3 ซีซี/น้ำ 5 ลิตร แล้วย้ายไปไว้ในสถานที่เพาะเลี้ยงต่อไป
 
ขบวนการงอก
ต้นไม้ที่จะสมบูรณ์แข็งแรงได้ จะต้องมีพื้นฐานที่ดีจากการเลี้ยงดูต้นกล้านี้เอง ปัจจัยสำคัญของการเลี้ยงดูที่ดีคือ คุณภาพเมล็ดพันธุ์ การเลี้ยงดู และสภาพแวดล้อมรวมทั้งปัจจัยในการเจริญเติบโต สิ่งที่เราควรคำนึงถึงมากที่สุดในการเลี้ยงดูต้นกล้าคือ ความเป็นกรด –ด่าง(pH)ของวัสดุเพาะ และน้ำที่ใช้ พิทูเนียมีความต้องการค่าความเป็นกรด-ด่างที่ 5.6-6.2 หากค่าดังกล่าวสูงกว่านี้พืชจะแสดงอาการขาดธาตุเหล็ก นอกจากนี้ควรคำนึงถึงค่าการนำไฟฟ้า หรือปริมาณเกลือ(EC)ที่อยู่ในวัสดุเพาะ ซึ่งควรอยู่ที่ประมาณ 0.7-1 ปุ๋ยที่แนะนำสำหรับในช่วงที่เป็นต้นกล้าของพิทูเนียทุกชนิด ควรอยู่ในรูปของปุ๋ยละลายน้ำ ที่มีไนโตรเจน ในรูปไนเตรท เท่านั้น ที่ความเข้มข้นของปุ๋ยไนโตรเจน 75 ppm ดังนี้

แคลเซียมไนเตรท
15-0-0
22.7 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
โปแทสเซียมโมโนฟอสเฟต
0-52-34
5.7กรัม/น้ำ 100 ลิตร
โปรแทสเซียมไนเตรท
13-0-46
19.6 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
แมกนีเซียมไนเตรท
11-0-0 +6Mg
15.5 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
ธาตุอาหารรอง(โซลูท)
 
2.5กรัม/น้ำ 100 ลิตร
เฟอรัส ซัลเฟต
 
5 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
 

หากต้นกล้าของพิทูเนียพันธุ์เลื้อย อยู่ในระยะ ที่ 4 แล้ว ควรใช้ปุ๋ยที่มีความเข้มข้นสูงขึ้น เป็น 100 ppm

แคลเซียมไนเตรท
15-0-0
30.3 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
โปแทสเซียมโมโนฟอสเฟต
0-52-34
7.6กรัม/น้ำ 100 ลิตร
โปรแทสเซียมไนเตรท
13-0-46
26.1 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
แมกนีเซียมไนเตรท
11-0-0 +6Mg
20.7 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
ธาตุอาหารรอง(โซลูท)
 
2.5กรัม/น้ำ 100 ลิตร
เฟอรัส ซัลเฟต
 
5กรัม/น้ำ 100 ลิตร
 

ระยะเวลาในการย้ายปลูกขึ้นอยู่กับวิธีการเพาะเมล็ด
·        สำหรับผู้ที่เพาะลงกระบะเพาะเมล็ด รอจนกว่าต้นกล้ามีใบจริง 3-4 ใบจึงทำการย้ายลงกระถาง หรือถุงได้ โดยในช่วงแรกควรเก็บไว้ที่ร่มรำไร และมีความชื้นสูงก่อน รอจนกว่าต้นกล้าจะตั้งตัวได้ แล้วจึงค่อยนำไปไว้กลางแจ้งได้
·        สำหรับผู้ที่ใช้ถาดหลุมขนาด 288 หรือ 84 หลุม รอจนกว่าต้นกล้าพร้อมที่จะย้ายปลูกสังเกตุได้จากปริมาณรากที่เดินเต็มช่อง หรือ ที่อายุประมาณ 30 วัน จึงทำการย้ายกล้า การย้ายกล้าจากถาดหลุมเป็นวิธีการที่ง่าย และรวดเร็วที่สุด หลังจากย้ายปลูก แล้วรดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถนำไปไว้กลางแจ้งได้ทันที แนะนำว่าควรย้ายออกกลางแจ้งในช่วงเย็นจะดีกว่า
 
การดูแลต้นพิทูเนีย
                พิทูเนียเป็นพืชในอีกหลายๆตัวที่ต้องการสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน และน้ำเป็นกรดอ่อนๆ ประมาณ 5.8-6.2 และควรมีค่าการนำไฟฟ้าช่วง1-1.2 จะดีที่สุด ปุ๋ยที่ใช้สำหรับดอกไม้มีอัตราส่วน 2:1:3 ปริมาณปุ๋ยที่ต้องการในช่วงนี้ควรมีปริมาณความเข้มข้นของไนโตรเจนที่ 100-150 ppm โดยใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมตามปริมาณนี้คือ

แคลเซียมไนเตรท
15-0-0
70.0 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
โปแทสเซียมโมโนฟอสเฟต
0-52-34
32.8 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
โปรแทสเซียมไนเตรท
13-0-46
34.8 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
ธาตุอาหารรอง(โซลูท)
เฟอรัส ซัลเฟต
 
2.5 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
10 กรัม/น้ำ 100 ลิตร

 
สำหรับพิทูเนียเลื้อยนั้น เมื่อต้นมีอายุประมาณ 30-45 วัน หลังจากย้ายปลูกจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นปุ๋ยเป็น 300 ppm หรือมากกว่าดังนี้

แคลเซียมไนเตรท
15-0-0
140.0 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
โปแทสเซียมโมโนฟอสเฟต
0-52-34
69.9 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
โปรแทสเซียมไนเตรท
13-0-46
65.6 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
ธาตุอาหารรอง(โซลูท)
เฟอรัส ซัลเฟต
 
 
2.5 กรัม/น้ำ 100 ลิตร
10 กรัม/น้ำ 100 ลิตร

ระวังในเรื่องการให้น้ำ พยายามอย่าให้น้ำโดนดอก เพราะจะทำให้ดอกเน่าง่าย แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรรดน้ำให้เสร็จก่อนบ่ายสามโมง เพื่อให้แสงในช่วงเวลาที่เหลือไล่ความชื้นที่ค้างบนต้น
 
การดูแลอื่นๆ
                การเด็ดยอดก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อในทรงต้นสวยงาม ควรเด็ดยอดหลังจากย้ายปลูกแล้วประมาณ 10-15 วัน อาจ 1 หรือ 2 ครั้งก็ได้ สำหรับไม้กระถาง การเด็ดยอดครั้งที่สองควรทำเมื่อลำต้นเลื้อยยาวเลยของกระถาง ซึ่งการเด็ดในช่วงนี้ จะส่งผลให้คุณภาพของทรงพุ่มแน่น เป็นทรงกลม
 
โรค แมลง
 แมลงสำคัญได้แก่ เพลี้ยไฟ ได้แก่ แอสเซนต์, คอนฟิดอร์ และแลนเนท
                                                หนอนกัดกิน ได้แก่ ไซเปอร์เมธริน, แลนเนท และเทลสตาร์
                                                หนอนชอนใบ(นิยมพ่นเช้ามืด)ได้แก่ คาร์เบนดาซิม,เทลสตาร์ม,ฟูลิเทคและ
เนโพแร็ค
 
โรคที่สำคัญได้แก่   โรคใบจุด ได้แก่ ดาโคนิล, แมนโคเซป และ แคปแทน
                                                โรคใบหงิกไวรัส จะต้องกำจัดภาหะคือแมลงหวี่ขาว
                                                โรคดอกลาย ได้แก่ อาลีเอท และแมนโคเซป

 

ความเห็นที่ : 9

โดย :ลูกค้าสัมพันธ์
วันที่ :14:09
เวลา :28/06/2553

2.เทียนฝรั่ง (Impatiens)

จำนวนเมล็ดต่อกรัม :1,500 – 1,700 เมล็ดโดยประมาณ

ข้อมูลการเพาะ : กลบเมล็ด
ระยะเวลางอก : 5 - 7 วัน
ระยะเวลาเพาะถึงย้ายปลูก :25-30 วัน
ระยะเวลาเพาะถึงออกดอกแรก :45-55 วันโดยประมาณ
การเพาะเมล็ด และการดูแล
ควรใช้วัสดุเพาะที่สะอาดละเอียดระบายน้ำและอากาศได้ดีและควรมีธาตุอาหารเป็นองค์ประกอบ
การงอกระยะที่ 0
ค่าความเป็นกรด-ด่าง(pH) : ของวัสดุเพาะ  6.0 - 6.5
การงอกระยะที่ 1
การสังเกต : รากอ่อนเริ่มงอกออกมา ใบเลี้ยงเริ่มมีการพัฒนา
ความชื้นของวัสดุเพาะ (Moisture) : ควรอยู่ในระดับความชื้นสูง
ความชื้นในบรรยากาศ (Humidity) : 80 -90 %
อุณหภูมิ(Temperature) : 20 - 24 oC
ความเป็นกรด-ด่าง (pH meter) :6.0 – 6.5
ค่าการนำไฟฟ้า (EC) : 0.5 – 0.75
การให้แสง (Lighting) : แสงไม่จำเป็นต่อการงอก
การให้ปุ๋ย (Fertilizer) : ไม่ต้องการปุ๋ยในระยะนี้
การงอกระยะที่ 2
การสังเกต :รากเริ่มยาวขึ้นประมาณ 2-2.5 ซ.ม ใบเลี้ยงแผ่เต็มที่
ความชื้นของวัสดุเพาะ (Moisture) : ควรอยู่ในระดับปานกลาง
ความชื้นในบรรยากาศ (Humidity) : 80 – 90 %
อุณหภูมิ(Temperature) : 21- 24 oC
ความเป็นกรด-ด่าง (pH meter) : 6.0 – 6.5
ค่าการนำไฟฟ้า (EC) : 0.5 – 0.75
การให้แสง (Lighting) : 4,000 – 7,000 ลักซ์หรือพรางแสง 50%
การให้ปุ๋ย(Fertilizer):ควรให้ปุ๋ยที่มีปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมอัตราส่วน 2:1 ความเข้มข้น 50-75 ppm ปุ๋ยสูตร 6:1:7 ใช้ประมาณ 2-3  ครั้ง/ต่ออาทิตย์
การงอกระยะที่ 3
การสังเกต : รากยาวมากขึ้นและแทงลงลึก ต้นสูงขึ้นเริ่มมีใบจริง
ความชื้นของวัสดุเพาะ (Moisture) : ควรอยู่ในระดับปานกลาง
ความชื้นในบรรยากาศ (Humidity) : 80 – 90 %
อุณหภูมิ(Temperature) : 20- 24 oC                        
ความเป็นกรด-ด่าง (pH meter) : 6.0 – 6.5       
ค่าการนำไฟฟ้า (EC) : 0.75 – 1.0
การให้แสง (Lighting) : 10,000 – 15,000 ลักซ์หรือพรางแสง 70%
การให้ปุ๋ย(Fertilizer):ควรให้ปุ๋ยที่มีปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมอัตราส่วน2:1 ความเข้มข้น 50-75 ppm ปุ๋ยสูตร 6:1:7 ใช้ประมาณ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ไม่ควรใช้ปุ๋ยไนโตรเจนที่อยู่ในรูปแอมโมเนีย
การงอกระยะที่ 4
การสังเกต : รากจะเต็มวัสดุเพาะ เมื่อดึงขึ้นมารากไม่ขาดมีใบจริง 2-3 คู่
ความชื้นของวัสดุเพาะ (Moisture) : ควรอยู่ในระดับปานกลาง
ความชื้นในบรรยากาศ (Humidity) : 80 – 90 %
อุณหภูมิ(Temperature) : 20- 24 oC
ความเป็นกรด-ด่าง (pH meter) : 6.0 – 6.5
ค่าการนำไฟฟ้า (EC) : 0.75 – 1.0
การให้แสง (Lighting) : 40,000 – 45,000 ลักซ์หรือแสงปกติ
ปุ๋ย (Fertilizer) :ควรให้ปุ๋ยที่มีปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมอัตราส่วน
2:1 ความเข้มข้น 50-75 ppm ปุ๋ยสูตร 6:1:7 ใช้ประมาณ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์
การดูแลหลังการย้ายปลูก
ควรรีบย้ายปลูกทันทีเมื่อรากเจริญเติบโตเต็มถาดหลุม เพื่อให้ได้คุณภาพต้นกล้าที่สมบูรณ์ สังเกตได้จากเมื่อดึงต้น รากจะไม่ขาด วัสดุปลูกที่เหมาะสมควรมีความร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี
ความเป็นกรด-ด่าง (pH meter) : ของวัสดุปลูกควรอยู่ประมาณ 6.0-6.3
ความชื้นของวัสดุปลูก(Moisture):ควรอยู่ในระดับปานกลางคือไม่ชื้นหรือแฉะจนเกินไป
อุณหภูมิ(Temperature) :  กลางคืน/กลางวัน  ประมาณ 15/25 oC
การให้แสง (Lighting): ปลูกได้กลางแจ้ง
ค่าการนำไฟฟ้า( EC) : ของวัสดุปลูก 1.0-1.5
การให้ปุ๋ย(Fertilizer):ควรให้ปุ๋ยสูตร2:1:3อัตราที่มีความเข้มข้นของ ไนโตรเจนที่ 100-150 ppm ทุกๆ 2-3 ครั้ง ไม่ควรใช้ปุ๋ยไนโตรเจนที่อยู่ในรูปของแอมโมเนีย เพื่อป้องกันการฉ่ำน้ำของลำต้น และการยืดเริ่มให้ปุ๋ยหลังย้ายปลูก 4-5 วัน
 
 
 
 
 
 
 
การป้องกัน กำจัด โรค แมลง
โรค ( Diseases ) : โรคเกิดจากเชื้อรา ใบจุดฉ่ำน้ำ ,โรครากเน่า
 แมลง (Pests) :  เพลี้ยไฟ ,ไรแดง , หนอนกัดกินดอก
 
 


 

 

ความเห็นที่ : 10

โดย :ณัฐญาดา คงศิริ
วันที่ :12:01
เวลา :21/09/2553

ขอความช่วยเหลือให้ทางบริษัท ช่วยตอบกลับทางเมล์ เรื่อง ขั้นตอนการปลูกดอกคล็อกซีเนียด้วยค่ะ  เพราะดิฉันไม่มีความรู้เรื่องการปลูกเลย  แต่พอเห็นดอกแล้วชอบมาก ๆ เลยสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์มาแล้ว   แต่ไม่รู้ขั้นตอนการปลูก  จึงรบกวนทางบริษัทช่วยตอบกลับทางเมล์ให้ด้วย ที่ par  2553 @ hotmail.com

 

ความเห็นที่ : 11

โดย :นกเีอี้ยง
วันที่ :14:50
เวลา :17/01/2554

แอสเตอร์ สตาร์เล็ต มิกซ์ ปลูกไม่ขึ้นค่ะ ลงปลูกได้2อาทิตย์แล้ว มันจะขึ้นมั๊ยค่ะ

บอกวิธีปลูกด้วยค่ะ เดี๋ยวจะซื้อมาปลูกใหม่ค่ะ a_awasana@hotmail.com

 

ความเห็นที่ : 12

โดย :ลูกค้าสัมพันธ์
วันที่ :08:29
เวลา :18/01/2554

ตอบคุณนกเอี้ยง

เราได้ส่งรายละเอียดไปที่เมลที่แจ้งไว้นะคะ

ขอบคุณค่ะ

 

ข้อความ

 

รหัสลับ

กรอกรหัสลับ

 

โดย